7 อาหารอันตรายที่ทำให้กระดูกพรุน

สารบัญ1 1. โปรตีนจากสัตว์ทุกชนิด2 2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์3 3. บุหรี่4 4. น้ำอัดลม5 5. น้ำตาล6 6. อาหารที่มีเกลือสูง7 7. กาแฟ8 สรุป อาหารเป็นสิ่งที่เรารับประทานเข้าสู่ร่างกายทุกวัน วันละ 3 ครั้ง ทุกมื้ออาหารจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพของเราอย่างลึกซึ้ง ดังสำนวนที่ว่า “You are what you eat” ซึ่งมีความหมายว่า “คุณจะเป็นไปตามสิ่งที่คุณกิน” การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อโรคจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ โดยอาหารที่เป็นโทษต่อร่างกายที่เรารู้จักกันดี ที่มักจะทำให้เราป่วยด้วยโรคของความเสื่อม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันเส้นเลือด ก็คือ อาหารชนิดเดียวกันที่ทำให้ร่างกายป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนได้นั่นเอง 1. โปรตีนจากสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ชนิดไหน วัว หมู เป็ด ไก่ ปลา ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมวัว นมแพะ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต หรือแม้กระทั่งไข่ชนิดต่างๆ ไข่ไก่ ไข่เป็ด…

อ่านต่อคลิก ⇒

การดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนเป็นประจำทำให้กระดูกพรุน ?

สารบัญ1 คาเฟอีน คืออะไร1.1 แหล่งที่พบคาเฟอีนได้1.2 ประโยชน์ของคาเฟอีน1.3 โทษของคาเฟอีน2 ปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคคาเฟอีน3 กาแฟและคาเฟอีนเกี่ยวข้องกับกระดูกพรุนอย่างไร ?4 สรุป5 อ้างอิง วัฒนธรรมการดื่มกาแฟแพร่ขยายไปทั่วโลก เนื่องด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของกลิ่นหอม รสชาติและความสดชื่นที่ได้รับจากการดื่มกาแฟ จนถึงตอนนี้แม้แต่คนไทยเองก็ยังนิยมบริโภคกาแฟกันเพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากการเปิดตัวของร้านกาแฟสดหลายแห่งหรือซุ้มขายกาแฟเล็กๆที่มีให้เห็นกันอยู่ทั่วไปทั้งเมืองเล็กเมืองใหญ่ เป็นที่ทราบกันดีว่ากาแฟเป็นเหมือนเครื่องดื่มเพิ่มพลังของใครหลายคน คือ ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น มีแรง ไม่ง่วงหงาวหาวนอน ในหนึ่งวันจึงมีคนจำนวนมากที่บริโภคกาแฟกันเป็นประจำอย่างน้อย 2 แก้วขึ้นไป สารในกาแฟที่ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกว่ามีพลัง คือ คาเฟอีน ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสารเสพติดประเภทหนึ่ง แต่เป็นสารเสพติดที่ไม่ผิดกฏหมายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบทันทีทันใด คนทั่วไปจึงไม่ค่อยได้ตระหนักถึงโทษของคาเฟอีนมากนัก คาเฟอีน คืออะไร คาเฟอีนจัดเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและเมแทบอลิซึมหรือกลไกการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย เพื่อลดความง่วง ความเหนื่อยล้า และจะส่งผลกระตุ้นเส้นประสาท โดยมีการปล่อยโปแตสเซียมและแคลเซียม เข้าสู่เซลล์ประสาท เพิ่มการตื่นตัวของร่างกาย โดยในระบบประสาท คาเฟอีนจะไปกระตุ้นการทำงานในระดับสูงของสมอง เพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ทำให้กลไกการคิดรวดเร็วและมีสมาธิมากขึ้น แหล่งที่พบคาเฟอีนได้ เราสามารถพบคาเฟอีนได้จากพืชธรรมชาติ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ชา พบในใบมากที่สุด กาแฟ พบในเมล็ดมากที่สุด น้ำอัดลมสีดำ (โค้ก เป๊ปซี่ โคล่า) Kola…

อ่านต่อคลิก ⇒

การดื่มชาเป็นประจำทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ?

สารบัญ1 ผลของการดื่มชาที่มีต่อสุขภาพโดยรวม2 ความสัมพันธ์ของการบริโภคชาและกระดูก3 หลักในการบริโภคชาให้ได้ประโยชน์สูงสุด4 สรุป5 อ้างอิง ชาถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีสารชีวเคมีที่ซับซ้อนกว่ากาแฟ โดยทั่วไปแล้วชาจะมีอยู่ 3 ประเภท คือ ชาดำ (Black Tea) ชาเขียว (Green Tea) และชาอู่หลง (Oolong Tea) ในใบชาจะมีคาเฟอีน โดยความเข้มข้นของคาเฟอีนจากใบชาจะน้อยกว่า 50% ของความเข้มข้นของคาเฟอีนจากกาแฟ ปริมาณคาเฟอีนของใบชาโดยทั่วไปจะอยู่ 36 – 40 มิลลิกรัมต่อน้ำชา 150 มิลลิลิตร อย่างไรก็ตาม ชาต่างชนิดกันย่อมมีความเข้มข้นของคาเฟอีนที่ต่างกัน นอกจากนี้ ในใบชายังประกอบไปด้วยสารสำคัญมากมายหลากหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) และโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและแทนนิน (Tannins) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย จึงใช้เป็นยาแก้ท้องร่วง แก้บิดและสมานแผลได้ ชาเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรองลงมาจากน้ำดื่ม คนในประเทศจากชาติตะวันตกนิยมการดื่มชาดำ ส่วนคนในประเทศจากชาติเอเชียนิยมดื่มชาเขียวและชาอู่หลง การผลิตใบชาทั้งโลกนี้ 78% จะเป็นชาดำ 20% ชาเขียว และอีก 2%…

อ่านต่อคลิก ⇒

การกินเป๊ปซี่ โค้กหรือน้ำอัดลม ทำให้กระดูกพรุนได้จริงหรือ ?

สารบัญ1 ส่วนผสมที่เป็นโทษในน้ำอัดลม1.1 1. น้ำตาล1.2 2. คาเฟอีน1.3 3. กรดฟอสฟอริก1.4 4. สารให้ความหวานแทนน้ำตาล1.5 5. สีและกลิ่น2 น้ำอัดลมเกี่ยวข้องกับโรคกระดูกพรุนอย่างไร ?3 สรุป น้ำอัดลมเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก เพราะมีรสชาติที่อร่อย ดื่มแล้วสดชื่น รู้สึกมีความสุข และช่วยเพิ่มรสชาติให้กับมื้ออาหารอย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำอัดลมที่มีสีดำอย่าง เช่น เป๊ปซี่ โค้ก ที่พบเห็นได้ในทุกเมนูอาหารตามร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด (เพิ่มอีก 5 บาทได้แก้วใหญ่กินกันจนท้องอืด) รสชาติที่ดีของน้ำอัดลมทำให้มีคนจำนวนมากสั่งน้ำประเภทนี้ดื่มกันเป็นประจำและเป็นปกติ จนลืมไปว่าน้ำอัดลมก็มีโทษต่อร่างกายในหลายแง่มุม ตั้งแต่เรื่องความอ้วนไปจนถึงโรคกระดูกพรุน ส่วนผสมที่เป็นโทษในน้ำอัดลม 1. น้ำตาล เป็นส่วนผสมยอดนิยมในอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด มีหน้าช่วยให้ความหวานทานแล้วรู้สึกดี ซึ่งการผสมน้ำตาลลงในอาหารในสมัยก่อนจะเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น น้ำตาลโตนด น้ำตาลมะพร้าว และเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาลทรายที่ผลิตจากอ้อย จนมาถึงในยุคปัจจุบันที่การใช้น้ำตาลในรูปแบบของเหลวหรือไซรัปได้รับความนิยมสูงสุด เพราะราคาถูกกว่าน้ำตาลทรายและให้ความหวานได้มากกว่า ท่านจะสังเกตเห็นได้ตามร้านกาแฟต่างๆที่ไม่เซิร์ฟน้ำตาลทรายสำหรับใส่กาแฟแล้ว แต่จะเซิร์ฟเป็นไซรัปแทน หรือไม่ก็ขนมจำพวกเบเกอรี่ที่หันมาใช้ไซรัป รวมถึงน้ำอัดลม โค้ก เป๊ปซี่ที่เรากำลังพูดถึงตอนนี้ด้วย น้ำตาลเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น ช่วยทำให้อาหารและเครื่องดื่มมีรสชาติดี ให้พลังงานกับร่างกาย ทานแล้วทำให้รู้สึกสดชื่น แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดีกับความต้องการของร่างกาย…

อ่านต่อคลิก ⇒

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักกับโรคกระดูกพรุน

สารบัญ1 น้ำส้มสายชูหมักผลิตอย่างไร ?2 ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักต่อโรคกระดูกพรุน3 น้ำส้มสายชูหมักแบบไหนดี ?4 วิธีรับประทานน้ำส้มสายชูหมัก5 สรุป น้ำส้มสายชูหมักหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “Vinegar” เป็นอาหารจากธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคโบราณ มีประวัติศาสตร์การใช้น้ำสัมสายชูหมักมายาวนานหลายพันปีทั่วโลก ร่องรอยเกี่ยวกับการใช้น้ำส้มสายชูหมักที่เก่าแก่ที่สุดพบในประเทศอียิปต์ เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล น้ำส้มสายชูหมักผลิตอย่างไร ? ในสมัยก่อน (หรือแม้กระทั่งปัจจุบันสำหรับผู้ที่ผลิตใช้เอง) การผลิตน้ำส้มสายชูหมักจะนำพืชที่ต้องการหมักใส่ลงในภาชนะที่มีน้ำอยู่ เสร็จแล้วปิดฝาแล้วทิ้งไว้ให้เกิดความเป็นกรดและรสเปรี้ยวตามธรรมชาติ แบคมีเรียมีประโยชน์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะทำหน้าที่นี้ โดยมีความเชื่อว่ายิ่งบ่มนานน้ำส้มสายชูหมักนั้นยิ่งดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหมักนานหลายเดือนหรือเป็นปีก็ได้ ในปัจจุบันการผลิตน้ำส้มสายชูหมักในเชิงอุตสาหกรรม จะมีการเติมจุลินทรีย์บางชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อเข้าไปเร่งปฏิกิริยาให้ได้น้ำส้มสายชูหมักเร็วขึ้น จึงใช้เวลาในการผลิตน้อยลงเหลือเพียง 1-3 วันเท่านั้น ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักต่อโรคกระดูกพรุน น้ำส้มสายชูหมักมีประโยชน์ค่อนข้างหลากหลาย แต่ในส่วนที่เกียวข้องกับโรคกระดูกพรุนมีอยู่ 2 ข้อดังต่อไปนี้ 1. น้ำส้มสายชูหมักช่วยในการดูดซึมแคลเซียม น้ำส้มสายชูหมักมีกรดอะซิติกจากธรรมชาติอยู่สูง กรดชนิดนี้จะช่วยเพิ่มการดูดซึมเกลือแร่ (mineral = เกลือแร่) จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ดังนั้น การดื่มน้ำส้มสายชูหมักก่อนมื้ออาหารหรือพร้อมกับมื้ออาหารจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการดูดซึมเกลือแร่จากอาหารได้มากยิ่งขึ้น ผู้ที่ประสบปัญหาโรคกระดูกบางหรือโรคกระดูกพรุนจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมจากอาหารในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน น้ำส้มสายชูหมักจึงมีประโยชน์มากต่อผู้ที่ประสบปัญหาโรคกระดูกพรุน เพราะแคลเซียมเป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง การดื่มน้ำส้มสายชูหมักจึงช่วยในการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้นด้วย 2. น้ำส้มสายชูหมักเป็นอาหารด่าง (Alkalizing Food) ค่าความเป็นกรดด่างเราจะวัดจากค่า…

อ่านต่อคลิก ⇒

การเลือกใช้สมุนไพรสำหรับกระดูกพรุน

สารบัญ1 ทำความเข้าใจเรื่องสมุนไพรนิดนึง2 สมุนไพรตามท้องตลาดมีอะไรบ้าง ?2.1 1. ยาสมุนไพรที่ยังไม่แปรรูป2.2 2. ยาสมุนไพรที่ผ่านการแปรรูปแล้ว3 ยาเดี่ยวหรือตำรับยา ?3.1 1. ยาเดี่ยว3.2 2. ตำรับยา4 สมุนไพรสำหรับรักษากระดูกพรุนในประเทศไทย4.1 1. ข้อมูลงานวิจัย4.1.1 เพชรสังฆาต4.2 2. บอกต่อกันมา4.2.1 กระชาย4.3 3. แนะนำหรือปรุงขึ้นโดยแพทย์4.3.1 3.1 หมอเส็ง5 เปรียบเทียบสูตรยาสมุนไพรรักษากระดูกพรุน5.1 เพชรสังฆาต5.2 น้ำกระชาย5.3 ยาตำรับหมอเส็งและหมอเนตร6 คำแนะนำในการใช้สมุนไพรรักษากระดูกพรุน7 สรุป เนื่องจากยาแผนปัจจุบันที่ใช้ในการรักษากระดูกพรุนหลายตัวมีผลข้างเคียงมาก กล่าวคือมีผลเสียต่อตับและไต คนส่วนมากที่ทราบข้อมูลเหล่านี้ จึงมองหาทางเลือกในการรักษา สมุนไพรจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคกระดูกพรุนที่มีคนจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะเป็นยาที่ได้จากพืชธรรมชาติที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า ทำความเข้าใจเรื่องสมุนไพรนิดนึง ในปัจจุบันเราจะเห็นว่า มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรทำออกมาวางขายตามท้องตลาดเป็นจำนวนมาก จนบางครั้งถึงกับทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนไม่รู้จะเลือกใช้อย่างไรดี ? ผู้เขียนเลยถือโอกาสปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรสักนิดนึง เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้เลือกใช้สมุนไพรอย่างถูกโรค ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ สมุนไพรตามท้องตลาดมีอะไรบ้าง ? ยาสมุนไพรแบ่งตามการแปรรูปได้ดังนี้ 1. ยาสมุนไพรที่ยังไม่แปรรูป ลักษณะของยาสมุนไพรชนิดนี้ คือ ยังไม่ผ่านการแปรรูป เช่น การบดหรือโม่ให้เป็นผง…

อ่านต่อคลิก ⇒

ภาวะคนท้องหรือตั้งครรภ์กับโรคกระดูกพรุน

สารบัญ1 โรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์คืออะไร ?2 สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ?3 มียาชนิดไหนบ้างที่จะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ได้ ?4 ภาวะกระดูกแตกร้าวเนื่องจากโรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์มีผลอย่างไรบ้าง ?5 เราจะทราบได้อย่างไรว่ามีภาวะกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์6 การดูแลรักษา6.1 1. อาหาร6.2 2. อาหารเสริม6.3 3. การใช้ยา6.4 4. การเข้าเฝือกหรือใช้เครื่องพยุงหลัง7 การออกกำลังกาย8 การป้องกัน8.1 1. การทานอาหาร8.2 2. การออกกำลังกาย8.3 3. พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน9 สรุป ช่วงตั้งครรภ์เป็นระยะของความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านสรีระและฮอร์โมนในร่างกาย เพื่อรองรับชีวิตใหม่ที่กำลังเติบโตอยู่ในตัวของคุณแม่ โดยมีการเพิ่มขึ้นของระบบเผาผลาญที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ร่างกายจำเป็นต้องใช้แคลเซียมจำนวนมากเพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้กับลูกในท้อง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและช่องเชิงกรานขยายตัว เป็นการเพิ่มภาระและแรงกดดันให้กับกระดูก เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่กล่าวมาส่งผลให้กระดูกมีความแข็งแรงน้อยลง และอาจเกิดภาวะกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ได้ โรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์คืออะไร ? โรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก อาการของโรคคือ คุณแม่จะมีอาการกระดูกร้าว หัก หรือแตกได้ง่ายระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอดบุตรแล้วเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยกระดูกที่มักจะเกิดปัญหามากที่สุด คือ กระดูกสันหลังและรองลงมาคือ กระดูกสะโพก ในขณะที่ภาวะนี้จะส่งผลให้มีความเจ็บปวดและร่างกายอ่อนแอ ร่างกายของสตรีส่วนมากจะพยายามเยียวยารักษาตนเองอย่างรวดเร็วและกลับเป็นปกติได้โดยสมบูรณ์ โรคกระดูกพรุนที่เกียวข้องกับการตั้งครรภ์เป็นภาวะชั่วคราวระยะสั้น คุณแม่ส่วนมากมักจะไม่มีปัญหานี้อีกในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ? ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ จำเป็นต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น…

อ่านต่อคลิก ⇒

ประโยชน์ของมะเขือเทศกับกระดูกพรุน

สารบัญ1 มะเขือเทศดีต่อกระดูกอย่างไร ?2 ทานมะเขือเทศอย่างไรได้ผลสูงสุด ?3 ไม่ชอบทานมะเขือเทศ ทานอาหารเสริมแทนได้ไหม ?4 สรุป มะเขือเทศ เป็นผลไม้ที่มักถูกเข้าใจว่าเป็นผัก (ตามหลักพฤกษศาสตร์) ด้วยรสชาติที่อร่อยเมื่อใช้เป็นส่วนผสมของอาหารชนิดต่างๆ เช่น ส้มตำ ซอสสปาเกตตี้ หรือนำมาทานแบบสดๆก็รสชาติดีไม่แพ้กัน ทำให้มะเขือเทศเป็นอาหารที่ผู้คนทั่วโลกให้ความนิยม ซึ่งในปีหนึ่งๆมีคนทั่วโลกบริโภคมะเขือเทศมากกว่า 90 ล้านตันกันเลยทีเดียว หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า มะเขือเทศที่เรากินกันเป็นประจำมีสรรพคุณหรือมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องการบำรุงสุขภาพกระดูก ซึ่งมีผลงานวิจัยมากมายจากทั่วโลกที่รับรองในเรื่องนี้ ลองดูต่อ มะเขือเทศดีต่อกระดูกอย่างไร ? มะเขือเทศมีสารสำคัญที่เรียกว่า “ไลโคปิน” อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มะเขือเทศมีสีค่อนข้างออกแดง เราสามารถพบไลโคปินได้ในผลไม้สีแดง เช่น แตงโม สตอเบอรรี่ รวมทั้งผักผลไม้ชนิดอื่นที่มีสีแดง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศสหรัฐอเมริกา ของ Dr.Rao พบว่าสารไลโคปินมีคุณสมบัติในการยับยั้งการสูญเสียมวลกระดูกและในขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติในการสร้างมวลกระดูกด้วย โดยตัวไลโคปินจะเข้าไประงับยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสลายกระดูกที่เรียกว่า Osteoclasts ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นไลโคปินยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า อนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยทุกโรค ซึ่งรวมถึงโรคกระดูกพรุนด้วย มีผลการศึกษาที่น่าสนใจอันหนึ่ง ซึ่งถูกตีพิมพ์ในนิตยสารกระดูกพรุนแห่งชาติของอเมริกา กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีที่อยู่ในภาวะวัยทองจำนวน 33 คน…

อ่านต่อคลิก ⇒

Page 2 of 3