วิตามินดีมีประโยชน์กับโรคกระดูกพรุนอย่างไร ?

ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในยุคปัจจุบันที่มักจะนั่งทำงานในที่ร่มและไม่ค่อยรับแสงแดด ส่งผลให้ร่างกายมักจะขาดวิตามินชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “วิตามินดี” วิตามินดีเป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อกระดูก เพราะเป็นวิตามินที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอและป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ วิตามินดีมีประโยชน์ต่อกระดูกอย่างไร ? วิตามินดีช่วยเซลล์ออสทีโอบลาสต์ (Osteoblasts คือ เซลล์สร้างกระดูก) ในการดูดซึมแคลเซียม เปรียบได้กับการให้เครื่องทุ่นแรงในการสร้างกระดูก ยิ่งไปกว่านั้นเรายังทราบอีกด้วยว่า วิตามินดีช่วยยับยั้งการทำงานของ C-fos ซึ่งทำหน้าที่ในการผลิตและการกระตุ้นเซลล์สลายกระดูกที่มีชื่อว่าออสทีโอคลาสต์ (Osteoclastes คือ เซลล์สลายกระดูก) การที่ร่างกายขาดวิตามินดีเป็นสาเหตุของปัญหากระดูกอยู่ 2 อย่าง คือ หนึ่งคือ ถ้าระดับวิตามินดีลดลง ความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารหรืออาหารเสริมก็จะลดลงตามไปด้วย สองคือ การเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนพาราไทรอยด์ นำไปสู่การดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือด (ภาวะสลายกระดูกทำให้สูญเสียมวลกระดูก) เราสามารถรับวิตามินดีจากทางไหนได้บ้าง ? มนุษย์เรามีทางเลือก 3 ทางในการรับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกายดังต่อไปนี้ แหล่งวิตามินดีอันดับแรกของร่างกายมาจากการเปลี่ยนแปลงคอเลสเตอรอลเป็นวิตามินดี กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังของเราได้รับแสงแดด วิธีที่สอง คือ การรับวิตามินดีจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งส่วนมากวิตามินดีจะมีในปลาทะเล ไข่แดง แหล่งสุดท้าย คือ อาหารเสริม ร่างกายนำวิตามินดีไปใช้อย่างไร ? สื่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรทราบคือ ร่างกายของเราจะเปลี่ยนรูปวิตามินดีให้อยู่ในรูปที่นำไปใช้ได้ดีผ่านทางตับและไต วิตามินดีที่ร่างกายของเราได้รับไม่ว่าจะได้จากการอาบแดด อาหารและอาหารเสริม จะถูกส่งไปที่ตับและเปลี่ยนรูปเป็น 25-OH-วิตามินดี…

อ่านต่อคลิก ⇒

เคล็ดไม่ลับการกินอาหารต้านและชะลอกระดูกพรุน

อาหารมีส่วนสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูก เพราะเป็นสิ่งที่เราบริโภคเข้าสู่ร่างกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 3 มื้อ ทุกครั้งที่เราทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะทำการย่อยและดูดซึมสารอาหารโดยอวัยวะต่างๆ หากอาหารที่เราบริโภคเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ร่างกายย่อมสามารถนำสารอาหารที่ได้จากอาหารเหล่านั้นไปบำรุงและซ่อมแซมร่างกายในทุกส่วน (รวมถึงกระดูก) ในทางตรงกันข้ามหากอาหารที่เราบริโภคเป็นอาหารที่มีโทษมากและมีประโยชน์น้อย ร่างกายย่อมขาดแคลนสารอาหารที่จะนำไปใช้ประโยชน์กับร่างกายได้ และหนำซ้ำยังส่งผลเสียต่อกระดูกของเราอีกด้วย อาหารกับภาวะสมดุลร่างกาย การทานอาหารหนึ่งครั้งร่างกายย่อมต้องมีการย่อย เผาผลาญ และดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์จำนวนเป็นหลายล้านเซลล์ (ในร่างกายของมนุษย์เรามีเซลล์ทั้งหมดประมาณ 37.2 ล้านล้านเซลล์ เยอะไหมครับ ?) สิ่งที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารนอกจะมีสารอาหารแล้ว ยังมีของเสียที่เกิดจากระบบการย่อย เผาผลาญและดูดซึม ซึ่งจะต้องถูกขับออกจากร่างกายในรูปแบบของเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ ลมหายใจ เป็นต้น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย คือ การรับประทานอาหารแล้วร่างกายอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “มีความสมดุล” ซึ่งอาจเป็นคำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆจากหมอหรือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายท่าน ร่างกายมีความสมดุลหรือไม่ ? เราจะทราบได้อย่างไร ? เป็นคำถามที่หลายท่านสงสัย เพราะคำว่าสมดุลเฉยๆไม่อาจแสดงให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้แต่อย่างใด ในทางการแพทย์หลายแผนจะมีวิธีนิยาม “สมดุลร่างกาย” แตกต่างกันไป เช่น แพทย์แผนจีน สมดุลหยินหยาง แพทย์แผนไทย สมดุลธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ แพทย์แผนปัจจุบัน…

อ่านต่อคลิก ⇒

วิตามินซีมีประโยชน์กับโรคกระดูกพรุนอย่างไร ?

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เรามีข้อมูลมากขึ้นเกียวกับการอักเสบที่มีผลต่อการสูญเสียมวลกระดูก งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Purdue (Purdue University) แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการอักเสบและการสูญเสียมวลกระดูก โดยนักวิจัยค้นพบว่า การอักเสบจะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์สลายกระดูกที่มีชื่อว่า Oteoclasts และยังได้ค้นพบอีกว่าวิธีการที่ดีทีสุดที่จะลดการอักเสบในร่างกายได้ คือ การทานอาหารต้านการอักเสบ (ซึ่งวิตามินซีเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ต้านการอักเสบได้) การลดความเครียด และการทานอาหารเสริมบางชนิด อนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบและการอักเสบเองก็เป็นสาเหตุของอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้เราเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ และอยู่ในภาวะที่สูญเสียมวลกระดูก หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยในรูปแบบต่างๆ ความสัมพันธ์ของวิตามินซีกับกระดูก วิตามินซีเป็นสารสำคัญในการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า คอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนมีหน้าทีสำคัญในการสร้างกระดูก กล่าวคือ ทำหน้าที่ในการยึดเซลล์กระดูกเข้าด้วยกัน ดังนั้น หากร่างกายขาดวิตามินซี จะส่งผลกระทบต่อการสร้างคอลลาเจนและส่งผลต่อสุขภาพกระดูกอย่างแน่นอน วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่างดี วิตามินซีได้ชื่อว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า การอักเสบเป็นสาเหตุที่ทำให้สูญเสียมวลกระดูก ดังนั้น เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า วิตามินซี เป็นสารที่ช่วยต่อต้านการสูญเสียมวลกระดูก สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนได้นั่นเอง วิตามินซีเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ ? ปริมาณวิตามินซีสำหรับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ (19 ปีขึ้นไป) คือ 90 มิลลิกรัมต่อวัน ปริมาณวิตามินซีสำหรับผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ (19 ปีขึ้นไป) คือ 75 มิลลิกรัมต่อวัน…

อ่านต่อคลิก ⇒

ปลากระป๋องช่วยบำรุงกระดูกและต้านโรคกระดูกพรุน ?

ปลากระป๋องเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลกรวมถึงคนไทย เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อย มีคุณค่าทางอาหาร สามารถเก็บไว้ได้นานและราคาไม่แพง ปลากระป๋องเป็นอาหารที่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้กระดูกปลาอ่อนลงและสามารถทานกระดูกได้ หลายท่านอาจเคยทราบมาว่าการทานกระดูกปลาจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียม ปลากระป๋องมีแคลเซียมจริงหรือ ? มีสารอาหารอะไรบ้าง ? เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์และหาคำตอบในบทความนี้กันครับ ส่วนประกอบของปลากระป๋อง 1. ปลา ปลากระป๋องที่วางจำหน่ายในประเทศไทยส่วนมากใช้ปลาซาดีนและปลาแมคเคอเรลเป็นวัตถุดิบ ในกรรมวิธีการผลิตจะตัดหัวปลาและหางปลาทิ้งไป จากนั้นหั่นปลาเป็นชิ้นๆแล้วบรรจุลงในกระป๋อง 2. น้ำซอส ใช้น้ำซอสมะเขือเทศ ซึ่งการบรรจุปลาลงในน้ำซอสมะเขือเทศ เป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ปลากระป๋องมีสารอาหารอะไร ? โดยรวมแล้วปลากระป๋องมีสารอาหารสำคัญสำหรับกระดูก 16 ชนิด ดังต่อไปนี้ โปรตีน ไขมัน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี ทองแดง แมงกานีส วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินบี 12 ที่มา http://inrtracker.com/nutrients/vitamin-k-in-fish-sardine-pacific-canned-in-tomato-sauce-drained-solids-with-bone ประโยชน์ของปลากระป๋องต่อการบำรุงกระดูก 1. ปลากระป๋องมีสารอาหารจำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกระดูกถึง 16 ชนิด…

อ่านต่อคลิก ⇒

ผลของการใช้ยาคุมกำเนิดกับโรคกระดูกพรุน

ยาคุมกำเนิดเป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและได้รับความนิยมทั่วโลก เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบไม่ตั้งใจหรือไม่พึงประสงค์ มีสตรีจำนวนมากที่ใช้ยาคุมกำเนิดกันตั้งแต่อายุยังน้อยและใช้อย่างต่อเนื่องไปเป็นเวลาหลายปี โดยที่ไม่ทราบเลยว่า การใช้ยาคุมกำเนิดมีผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก ดังข้อมูลที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ ประเภทของยาคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆดังต่อไปนี้ 1. ยาคุมกำเนิดแบบทีมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว ภาษาอังกฤษเรียกว่า mini pills เป็นยาคุมกำเนิดที่ใช้ในสตรีที่มีความเสี่ยงเกียวกับการแข็งตัวของเลือดที่ดีเกินไป จนอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน (Blood Clots) ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ (ลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดหัวใจหรือ Heart Attack) หรือโรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดสมอง (Stroke) หรือใช้ในกรณีการป้องกันการตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรและให้นมบุตรอยู่ 2. ยาคุมกำเนิดแบบที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ภาษาอังกฤษเรียกว่า combination pills เป็นยาคุมกำเนิดแบบที่สตรีทั่วไปใช้กัน ทั้งแบบ 21 วันและ 28 วัน มีส่วนผสมของเอสโตรเจนต่อโปรเจสเตอโรนในแต่ละเม็ดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับวันเวลาที่ต้องทานยาเม็ดนั้น แต่โดยรวมแล้วถ้าทานยาให้หมดทั้งแผงร่างกายจะได้รับฮอรโมนโปรเจสเตอโรนมากกว่าฮอร์โมนเอสโตรเจน ข้อเท็จจริงที่ทราบตอนนี้ ยาคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของ progestin (หรือโปรเจสเตอโรน) โดยไม่มีเอสโตรเจน อย่างเช่น ยา Depo-Provera เป็นสาเหตุของการสูญเสียมวลกระดูก ด้วยเหตุผลนี้ทาง FDA ของอเมริกา (FDA = Food…

อ่านต่อคลิก ⇒

ความสัมพันธ์ของเอสโตรเจนกับโรคกระดูกพรุน

เอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่มีบทบาทสำคัญหลายอย่างในร่างกาย เช่น การสร้างความเจริญเติบโตและลักษณะของความเป็นผู้หญิง (เช่น น้ำเสียงอ่อนหวาน มีเต้านม สะโพกผาย) ทำให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นเพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน ควบคุมการสร้างคอเลสเตอรอล ช่วยในการผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อย และที่สำคัญในประเด็นที่เรากำลังจะพูดถึงกัน คือ ช่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุนครับ หน้าที่ของเอสโตรเจนต่อกระดูก ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดี ทำหน้าที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระดูก คือ การสงวนแคลเซียม เพื่อให้คุณแม่มีน้ำนมไว้เลี้ยงลูกอย่างเพียงพอ ซึ่งแน่นอนว่ากระบวนการสร้างน้ำนมของคุณแม่จำเป็นต้องใช้แคลเซียมปริมาณสูงมาก กระบวนการสงวนแคลเซียมในกระดูกเพื่อให้คุณแม่สร้างน้ำนมนั้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะทำหน้าที่ในการยับยั้ง พาราไทรอยด์ฮอร์โมน (Parathyroid Hormone หรือ PTH) เพื่อเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูกและลดกระบวนการสูญเสียแคลเซียมให้น้อยลง โปรดทราบไว้ว่า หน้าที่หลักของเอสโตรเจนไม่ใช่การสร้างกระดูก แต่เป็นการสงวนแคลเซียมในกระดูกไว้ โดยการยับยั้งกิจกรรมการสลายกระดูกให้น้อยลง เอสโตรเจนกับสตรีที่อยู่ในภาวะวัยทอง การสูญเสียมวลกระดูกอย่างมีนัยสำคัญจะเริ่มขึ้นในช่วงตั้งแต่วัยก่อนวัยทองหรือวัยก่อนหมดประจำเดือน (Premenopause) พอเข้าสู่วัยทอง สตรีที่อยู่ในวัยทอง (วัยหมดประจำเดือน) ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยมากจนถึงไม่ได้เลย (อวัยวะที่สร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนคือ รังไข่) ส่งผลให้ร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนไป เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีหน้าที่ในการป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกแล้ว แต่ละปีของอายุที่มากขึ้นก็จะมีการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกบางได้ในที่สุด สตรีที่มีการตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง (ไม่ว่าจะตัดมดลูกหรือไม่ก็ตาม) จะอยู่ในภาวะเดียวกันกับสตรีวัยทอง กล่าวคือ ร่างกายไม่มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้อีกแล้ว จึงส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้เช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญที่ควรทราบ คือ หลังจากการผ่าตัดรังไข่ 4…

อ่านต่อคลิก ⇒

การออกกำลังกายสำหรับผู้ที่มีปัญหากระดูกพรุน

การออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ คนเราหากใช้ชีวิตโดยปราศจากการออกกำลังกายที่เพียงพอแล้ว ย่อมมีสุขภาพที่ไม่ดี ไม่แข็งแรงและเจ็บป่วยง่าย การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกหรือสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุน อาจใช้วิธีการง่ายๆหรือเป็นวิธีการเฉพาะขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวม โรคประจำตัวและอายุเป็นสำคัญ การออกกำลังกายดีต่อกระดูกอย่างไร ? ผู้เขียนเชื่อว่า หลายท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า use it or lose it ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายว่า “หากคุณไม่ใช้มัน คุณจะเสียมันไป” กระดูกก็เหมือนกับอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย เมื่อได้รับการใช้งานหรือฝึกฝนมันอย่างถูกต้องเพียงพอแล้ว จะกลายเป็นอวัยวะที่มีความแข็งแรงและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการที่จะทำให้กระดูกแข็งแรงได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างถูกต้องและต่อเนื่องเพียงพอ รวมถึงการรักษาความแข็งแรงของกระดูกไว้ตลอดชีวิต การออกกำลังกายจึงมีบทบาทสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูก แต่มักมีคำถามตามมาว่า การออกกำลังกายมีหลากหลายรูปแบบ แบบไหนที่เหมาะสมกับเราที่สุด จะเลือกการออกกำลังกายแบบไหนดี ? เดี๋ยวเรามาเรียนรู้และหาคำตอบนี้ไปด้วยกัน คนออกกำลังกายกระดูกแข็งแรงกว่า เราลองมาดูแบบจำลองเปรียบเทียบขนาดของไขมัน กล้ามเนื้อและกระดูก ระหว่างคนที่ออกกำลังกายคนที่ไม่ออกกำลังกายกัน จากภาพด้านบน เราตัดขวางแขนหรือขาและจำลองออกมาเป็นภาพให้เห็นแบบง่ายๆ ด้านซ้ายมือ คือ ภาพตัดขวางของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ด้านขวามือ คือ ภาพตัดขวางของคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย โดยที่สีเทาคือ กระดูก สีชมพูคือ กล้ามเนื้อ สีเหลืองคือ ไขมัน เราจะเห็นว่า คนออกกำลังกายมีไขมันน้อยกว่าคนไม่ออกกำลังกาย คนออกกำลังกายมีกล้ามเนื้อมากกว่าคนไม่ออกกำลังกาย คนออกกำลังกายมีกระดูกที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย และสุดท้าย…

อ่านต่อคลิก ⇒

การบริโภคโซดาทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนจริงหรือ ?

โซดาในความหมายของคนไทย คือ น้ำเปล่าอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (คำว่า Soda สำหรับคนต่างชาติเค้าจะหมายถึง น้ำอัดลมทุกประเภท ตั้งแต่ โค้ก เป๊ปซี่ โซดาที่ใช้กินกับเหล้า น้ำแร่อัดลม น้ำเขียว น้ำแดง น้ำส้ม และอื่นๆอีก) ผู้เขียนเชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ข่าวเกียวกับการบริโภคน้ำอัดลมสีดำ แล้วมีผลทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน ก็เลยอยากจะทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า “โซดา” ที่เป็นน้ำอัดลมชนิดหนึ่ง มีผลต่อแคลเซียมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนหริอไม่ ใช่ไหมครับ ? โซดาคืออะไร ? โซดาในความหมายของคนไทย คือ น้ำเปล่าที่ถูกอัดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นิยมใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มชนิดต่างๆหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ การบริโภคโซดาในประเทศไทยส่วนมากจึงอยู่ในกลุ่มของลูกค้าที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนใหญ่ โซดาในภาษาอังกฤษมีหลายคำมาก เช่น Soda Water Carbonated Water Fizzy Water Sparking Water โซดาปกติไม่มีรสชาติ แต่จะมีความซ่า ผู้ผลิตหลายยี่ห้อก็เลยมีความคิดสร้างสรรค์ในการเติมกลิ่นหรือรสผลไม้เข้าไป เพื่อให้มีรสชาติที่ดีขึ้น แต่การเติมจะทำเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ได้รสสัมผัสเวลาดื่มนิดหน่อยเท่านั้น คนส่วนมากบริโภคโซดาเพราะโซดาช่วยทำให้รสชาติของเครื่องดื่มดีขึ้น ดื่มแล้วรู้สึกอร่อยและสดชื่น คุณสมบัติของโซดา ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “โซดา” ในความหมายของคนไทย…

อ่านต่อคลิก ⇒

Page 1 of 3