ผลของการใช้ยาคุมกำเนิดกับโรคกระดูกพรุน

ยาคุมกำเนิดเป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและได้รับความนิยมทั่วโลก เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบไม่ตั้งใจหรือไม่พึงประสงค์ มีสตรีจำนวนมากที่ใช้ยาคุมกำเนิดกันตั้งแต่อายุยังน้อยและใช้อย่างต่อเนื่องไปเป็นเวลาหลายปี โดยที่ไม่ทราบเลยว่า การใช้ยาคุมกำเนิดมีผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก ดังข้อมูลที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ ประเภทของยาคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆดังต่อไปนี้ 1. ยาคุมกำเนิดแบบทีมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว ภาษาอังกฤษเรียกว่า mini pills เป็นยาคุมกำเนิดที่ใช้ในสตรีที่มีความเสี่ยงเกียวกับการแข็งตัวของเลือดที่ดีเกินไป จนอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน (Blood Clots) ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ (ลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดหัวใจหรือ Heart Attack) หรือโรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดสมอง (Stroke) หรือใช้ในกรณีการป้องกันการตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรและให้นมบุตรอยู่ 2. ยาคุมกำเนิดแบบที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ภาษาอังกฤษเรียกว่า combination pills เป็นยาคุมกำเนิดแบบที่สตรีทั่วไปใช้กัน ทั้งแบบ 21 วันและ 28 วัน มีส่วนผสมของเอสโตรเจนต่อโปรเจสเตอโรนในแต่ละเม็ดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับวันเวลาที่ต้องทานยาเม็ดนั้น แต่โดยรวมแล้วถ้าทานยาให้หมดทั้งแผงร่างกายจะได้รับฮอรโมนโปรเจสเตอโรนมากกว่าฮอร์โมนเอสโตรเจน ข้อเท็จจริงที่ทราบตอนนี้ ยาคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของ progestin (หรือโปรเจสเตอโรน) โดยไม่มีเอสโตรเจน อย่างเช่น ยา Depo-Provera เป็นสาเหตุของการสูญเสียมวลกระดูก ด้วยเหตุผลนี้ทาง FDA ของอเมริกา (FDA = Food…

อ่านต่อคลิก ⇒

ความสัมพันธ์ของเอสโตรเจนกับโรคกระดูกพรุน

เอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่มีบทบาทสำคัญหลายอย่างในร่างกาย เช่น การสร้างความเจริญเติบโตและลักษณะของความเป็นผู้หญิง (เช่น น้ำเสียงอ่อนหวาน มีเต้านม สะโพกผาย) ทำให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นเพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน ควบคุมการสร้างคอเลสเตอรอล ช่วยในการผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อย และที่สำคัญในประเด็นที่เรากำลังจะพูดถึงกัน คือ ช่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุนครับ หน้าที่ของเอสโตรเจนต่อกระดูก ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดี ทำหน้าที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระดูก คือ การสงวนแคลเซียม เพื่อให้คุณแม่มีน้ำนมไว้เลี้ยงลูกอย่างเพียงพอ ซึ่งแน่นอนว่ากระบวนการสร้างน้ำนมของคุณแม่จำเป็นต้องใช้แคลเซียมปริมาณสูงมาก กระบวนการสงวนแคลเซียมในกระดูกเพื่อให้คุณแม่สร้างน้ำนมนั้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะทำหน้าที่ในการยับยั้ง พาราไทรอยด์ฮอร์โมน (Parathyroid Hormone หรือ PTH) เพื่อเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูกและลดกระบวนการสูญเสียแคลเซียมให้น้อยลง โปรดทราบไว้ว่า หน้าที่หลักของเอสโตรเจนไม่ใช่การสร้างกระดูก แต่เป็นการสงวนแคลเซียมในกระดูกไว้ โดยการยับยั้งกิจกรรมการสลายกระดูกให้น้อยลง เอสโตรเจนกับสตรีที่อยู่ในภาวะวัยทอง การสูญเสียมวลกระดูกอย่างมีนัยสำคัญจะเริ่มขึ้นในช่วงตั้งแต่วัยก่อนวัยทองหรือวัยก่อนหมดประจำเดือน (Premenopause) พอเข้าสู่วัยทอง สตรีที่อยู่ในวัยทอง (วัยหมดประจำเดือน) ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยมากจนถึงไม่ได้เลย (อวัยวะที่สร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนคือ รังไข่) ส่งผลให้ร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนไป เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีหน้าที่ในการป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกแล้ว แต่ละปีของอายุที่มากขึ้นก็จะมีการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกบางได้ในที่สุด สตรีที่มีการตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง (ไม่ว่าจะตัดมดลูกหรือไม่ก็ตาม) จะอยู่ในภาวะเดียวกันกับสตรีวัยทอง กล่าวคือ ร่างกายไม่มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้อีกแล้ว จึงส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้เช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญที่ควรทราบ คือ หลังจากการผ่าตัดรังไข่ 4…

อ่านต่อคลิก ⇒

ภาวะคนท้องหรือตั้งครรภ์กับโรคกระดูกพรุน

ช่วงตั้งครรภ์เป็นระยะของความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านสรีระและฮอร์โมนในร่างกาย เพื่อรองรับชีวิตใหม่ที่กำลังเติบโตอยู่ในตัวของคุณแม่ โดยมีการเพิ่มขึ้นของระบบเผาผลาญที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ร่างกายจำเป็นต้องใช้แคลเซียมจำนวนมากเพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้กับลูกในท้อง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและช่องเชิงกรานขยายตัว เป็นการเพิ่มภาระและแรงกดดันให้กับกระดูก เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่กล่าวมาส่งผลให้กระดูกมีความแข็งแรงน้อยลง และอาจเกิดภาวะกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ได้ โรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์คืออะไร ? โรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก อาการของโรคคือ คุณแม่จะมีอาการกระดูกร้าว หัก หรือแตกได้ง่ายระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอดบุตรแล้วเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยกระดูกที่มักจะเกิดปัญหามากที่สุด คือ กระดูกสันหลังและรองลงมาคือ กระดูกสะโพก ในขณะที่ภาวะนี้จะส่งผลให้มีความเจ็บปวดและร่างกายอ่อนแอ ร่างกายของสตรีส่วนมากจะพยายามเยียวยารักษาตนเองอย่างรวดเร็วและกลับเป็นปกติได้โดยสมบูรณ์ โรคกระดูกพรุนที่เกียวข้องกับการตั้งครรภ์เป็นภาวะชั่วคราวระยะสั้น คุณแม่ส่วนมากมักจะไม่มีปัญหานี้อีกในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ? ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ จำเป็นต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริง มีความเป็นไปได้ว่า สตรีที่เกิดภาวะนี้อาจมีมวลกระดูกน้อยอยู่ก่อนตั้งครรภ์แล้ว ผลจากโรคเรื้งรังบางชนิด การใช้ยาบางประเภทหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และระบบเผาผลาญที่เกี่ยวข้องกับกระดูกที่มีเพิ่มมากขึ้นตามธรรมชาติในช่วงของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับกระดูก ช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ร่างกายมีความต้องการใช้แคลเซียมที่เก็บอยู่ที่กระดูกจำนวนมาก อาหารบำรุงกระดูกที่มีปริมาณวิตามินดีและแคลเซียมที่เหมาะสมจะช่วยชดเชยแคลเซียมที่ใช้ไปได้ มีสตรีหรือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ได้รับปริมาณวิตามินดีและแคลเซียมไม่เพียงพอ จนนำไปสู่ภาวะที่ร่างกายชดเชยแคลเซียมได้ไม่ทันกับที่ใช้ไป ซึ่งนำไปสู่ปัญหากระดูกอ่อนแอในระหว่างที่ตั้งครรภ์ มียาชนิดไหนบ้างที่จะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ได้ ? คุณแม่บางคนจำเป็นต้องใช้ยา heparin (เฮพาริน) เพื่อที่จะต้านการแข็งตัวของเลือดระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากคุณแม่มีอาการแอนไทฟอสโฟไลปิดหรือเลือดแข็งตัวง่ายกว่าปกติ ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายต่อทารกในครรภ์ งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฮพารินเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุนและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะกระดูกแตกหัก ยาชนิดนี้จึงเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ได้ ภาวะกระดูกแตกร้าวเนื่องจากโรคกระดูกพรุนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์มีผลอย่างไรบ้าง ? อาการกระดูกแตกร้าวมักจะเกิดตอนคลอดบุตรหรือหลังจากคลอดบุตรประมาณ 8 – 12…

อ่านต่อคลิก ⇒

บุหรี่ภัยร้ายสารพัดโรครวมถึงกระดูกพรุน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัญหาสุขภาพหลายอย่างเกิดจากพิษภัยของบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหารและโรคปอดเรื้อรัง มีงานวิจัยจำนวนมากที่ระบุว่าการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนและกระดูกแตกหัก ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกาพบกว่า มีคนอเมริกันที่ป่วยเป็นโรคเนื่องการสูบบุหรี่ถึง 16 ล้านคน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนเป็นสภาวะที่กระดูกมีความอ่อนแอและมีแน้วโน้มว่าจะแตกหรือหักได้ ภาวะกระดูกแตกหักของผู้ที่มีปัญหาโรคกระดูกพรุนส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและพิการได้ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีคนมากกว่า 53 ล้านคนที่กำลังป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนหรือมีความเสี่ยงจะป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนเนื่องมาจากมวลกระดูกต่ำ นอกเหนือจากการสูบบุหรี่แล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นที่จะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้ดังต่อไปนี้ เป็นคนที่รูปร่างผอม มีโครงสร้างร่างกายเล็ก มีประวัติที่ครอบครัวเคยเป็นโรคนีี้มาก่อน สตรีที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่หมดประจำเดือนเร็วกว่าคนปกติ สตรีที่มีภาวะขาดประจำเดือน การใช้ยาบางประเภทต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ยารักษาโรคลูปัส โรคหืด โรคชัก และโรคขาดฮอร์โมนไทรอยด์ มีพฤติกรรมขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป กระดูกพรุนเป็นโรคที่ป้องกันได้ มันถูกเรียกว่า ภัยเงียบ เพราะว่า หากเราไม่ได้รับการตรวจสุขภาพ ภาวะการสูญเสียมวลกระดูกสามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี โดยไม่มีอาการบ่งชี้ใดๆ จนกระทั่งเกิดภาวะกระดูกแตกหักขึ้น โรคกระดูกพรุนถูกเรียกว่า เป็นโรควัยเด็กที่เกิดขึ้นกับคนวัยชราเพราะว่าการดูแลให้กระดูกมีสุขภาพดีตั้งแต่วัยเยาว์หรือตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้เมื่อเราแก่ตัวลง อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำว่าสายสำหรับการหันมาปรับตัวและดูแลสุขภาพเพื่อกระดูกที่ดีและแข็งแรง การสูบบุหรี่กับโรคกระดูกพรุน การสูบบุหรี่ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว การศึกษาเมื่อเร็วๆนี้แสดงให้เห็นว่าการสูบบุหรี่มีผลทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง การวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อสุขภาพกระดูกเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและสลับซับซ้อน มันเป็นการยากที่จะบอกว่า มวลกระดูกลดลงจากการสูบบุหรี่โดยตรง หรือเกิดจากปัจจัยร่วมที่เหมือนกันของนักสูบ ยกตัวอย่างเช่น นักสูบมักจะมีน้ำหนักตัวที่น้อยกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ มีแนวโน้มที่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า ออกกำลังกายน้อยกว่า และมีภาวะทุพโภชนาการ…

อ่านต่อคลิก ⇒

กระดูกพรุน (Osteoporosis) อาการ สาเหตุ การรักษาและป้องกัน

ร่างกายของคนเราสามารถคงสภาพอยู่ได้ เคลื่อนไหวได้เพราะเรามีกระดูกชนิดต่างๆเป็นตัวค้ำจุน กระดูกมีหน้าที่สำคัญหลายอย่างในร่างกาย เช่น ป้องกันอวัยวะภายใน สร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว เก็บรักษาแร่ธาตุสำหรับร่างกายหลายชนิด กระดูกในร่างกายของคนเรามีอยู่หลายแบบ แตกต่างกันทั้งในส่วนของรูปร่าง ขนาด ส่วนประกอบและหน้าที่ กระดูกพรุน กระดูกบาง กระดูกผุเป็นอย่างไร ? กระดูกมนุษย์ปกติจะมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ทนทานต่อแรงกดดันและแรงกระแทกได้ดีในระดับหนึ่ง จึงสามารถปกป้องอวัยวะภายในร่างกายได้ ภาวะกระดูกพรุน คือ ภาวะที่กระดูกมีความแข็งแรงลดลงเนื่องจากมวลกระดูกมีความหนาแน่นน้อยลงจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง จนส่งผลให้กระดูกไม่แข็งแรง อ่อนแอ มีโอกาสหรือความเสี่ยงสูงที่จะแตกหักได้ง่ายหากได้รับแรงกดดันหรือแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ เช่น การล้มเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ผู้ที่มีปัญหากระดูกบางหรือกระดูกพรุนได้รับบาดเจ็บเกิดอาการกระดูกแตกหรือกระดูกหักแบบรุนแรง เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วโรคกระดูกพรุนมักเกิดกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป การตรวจวัดความแข็งแรงของกระดูก จะตรวจสอบจากค่าดัชนีความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density) โดยมีวิธีการหรือเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจสอบค่านี้ได้ วิธีการที่แม่นยำและได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน คือ การใช้รังสีเอ็กซ์เรย์ในระดับต่ำ (dual energy X-ray absorptiometry = DEXA) ค่าความหนาแน่นมวลกระดูกที่วัดได้จะนำไปเปรียบเทียบกับค่ามาตราฐานของคนสุขภาพดีอายุน้อยทั่วไป โดยค่าได้ที่ได้จะเรียกว่าค่า T-score ค่านี้จะบ่งชี้ถึงความแข็งแรงหรือความหนาแน่นของมวลกระดูกตามมาตราฐานต่อไปนี้ ค่า T score อยู่ระหว่าง -1…

อ่านต่อคลิก ⇒