เคล็ดไม่ลับการกินอาหารต้านและชะลอกระดูกพรุน

อาหารมีส่วนสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูก เพราะเป็นสิ่งที่เราบริโภคเข้าสู่ร่างกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 3 มื้อ ทุกครั้งที่เราทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะทำการย่อยและดูดซึมสารอาหารโดยอวัยวะต่างๆ หากอาหารที่เราบริโภคเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ร่างกายย่อมสามารถนำสารอาหารที่ได้จากอาหารเหล่านั้นไปบำรุงและซ่อมแซมร่างกายในทุกส่วน (รวมถึงกระดูก) ในทางตรงกันข้ามหากอาหารที่เราบริโภคเป็นอาหารที่มีโทษมากและมีประโยชน์น้อย ร่างกายย่อมขาดแคลนสารอาหารที่จะนำไปใช้ประโยชน์กับร่างกายได้ และหนำซ้ำยังส่งผลเสียต่อกระดูกของเราอีกด้วย อาหารกับภาวะสมดุลร่างกาย การทานอาหารหนึ่งครั้งร่างกายย่อมต้องมีการย่อย เผาผลาญ และดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์จำนวนเป็นหลายล้านเซลล์ (ในร่างกายของมนุษย์เรามีเซลล์ทั้งหมดประมาณ 37.2 ล้านล้านเซลล์ เยอะไหมครับ ?) สิ่งที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารนอกจะมีสารอาหารแล้ว ยังมีของเสียที่เกิดจากระบบการย่อย เผาผลาญและดูดซึม ซึ่งจะต้องถูกขับออกจากร่างกายในรูปแบบของเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ ลมหายใจ เป็นต้น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย คือ การรับประทานอาหารแล้วร่างกายอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “มีความสมดุล” ซึ่งอาจเป็นคำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆจากหมอหรือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายท่าน ร่างกายมีความสมดุลหรือไม่ ? เราจะทราบได้อย่างไร ? เป็นคำถามที่หลายท่านสงสัย เพราะคำว่าสมดุลเฉยๆไม่อาจแสดงให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้แต่อย่างใด ในทางการแพทย์หลายแผนจะมีวิธีนิยาม “สมดุลร่างกาย” แตกต่างกันไป เช่น แพทย์แผนจีน สมดุลหยินหยาง แพทย์แผนไทย สมดุลธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ แพทย์แผนปัจจุบัน…

อ่านต่อคลิก ⇒

ปลากระป๋องช่วยบำรุงกระดูกและต้านโรคกระดูกพรุน ?

ปลากระป๋องเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลกรวมถึงคนไทย เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อย มีคุณค่าทางอาหาร สามารถเก็บไว้ได้นานและราคาไม่แพง ปลากระป๋องเป็นอาหารที่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้กระดูกปลาอ่อนลงและสามารถทานกระดูกได้ หลายท่านอาจเคยทราบมาว่าการทานกระดูกปลาจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียม ปลากระป๋องมีแคลเซียมจริงหรือ ? มีสารอาหารอะไรบ้าง ? เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์และหาคำตอบในบทความนี้กันครับ ส่วนประกอบของปลากระป๋อง 1. ปลา ปลากระป๋องที่วางจำหน่ายในประเทศไทยส่วนมากใช้ปลาซาดีนและปลาแมคเคอเรลเป็นวัตถุดิบ ในกรรมวิธีการผลิตจะตัดหัวปลาและหางปลาทิ้งไป จากนั้นหั่นปลาเป็นชิ้นๆแล้วบรรจุลงในกระป๋อง 2. น้ำซอส ใช้น้ำซอสมะเขือเทศ ซึ่งการบรรจุปลาลงในน้ำซอสมะเขือเทศ เป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ปลากระป๋องมีสารอาหารอะไร ? โดยรวมแล้วปลากระป๋องมีสารอาหารสำคัญสำหรับกระดูก 16 ชนิด ดังต่อไปนี้ โปรตีน ไขมัน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี ทองแดง แมงกานีส วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินบี 12 ที่มา http://inrtracker.com/nutrients/vitamin-k-in-fish-sardine-pacific-canned-in-tomato-sauce-drained-solids-with-bone ประโยชน์ของปลากระป๋องต่อการบำรุงกระดูก 1. ปลากระป๋องมีสารอาหารจำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกระดูกถึง 16 ชนิด…

อ่านต่อคลิก ⇒

การดื่มชาเป็นประจำทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ?

ชาถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีสารชีวเคมีที่ซับซ้อนกว่ากาแฟ โดยทั่วไปแล้วชาจะมีอยู่ 3 ประเภท คือ ชาดำ (Black Tea) ชาเขียว (Green Tea) และชาอู่หลง (Oolong Tea) ในใบชาจะมีคาเฟอีน โดยความเข้มข้นของคาเฟอีนจากใบชาจะน้อยกว่า 50% ของความเข้มข้นของคาเฟอีนจากกาแฟ ปริมาณคาเฟอีนของใบชาโดยทั่วไปจะอยู่ 36 – 40 มิลลิกรัมต่อน้ำชา 150 มิลลิลิตร อย่างไรก็ตาม ชาต่างชนิดกันย่อมมีความเข้มข้นของคาเฟอีนที่ต่างกัน นอกจากนี้ ในใบชายังประกอบไปด้วยสารสำคัญมากมายหลากหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) และโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและแทนนิน (Tannins) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย จึงใช้เป็นยาแก้ท้องร่วง แก้บิดและสมานแผลได้ ชาเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรองลงมาจากน้ำดื่ม คนในประเทศจากชาติตะวันตกนิยมการดื่มชาดำ ส่วนคนในประเทศจากชาติเอเชียนิยมดื่มชาเขียวและชาอู่หลง การผลิตใบชาทั้งโลกนี้ 78% จะเป็นชาดำ 20% ชาเขียว และอีก 2% จะเป็นชาอู่หลง ผลของการดื่มชาที่มีต่อสุขภาพโดยรวม การศึกษาทางระบาดวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการดื่มชากับโรคชนิดต่างๆมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในใบชามีองค์ประกอบที่เป็นสารฟิโนลิค (Phenolic) มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ…

อ่านต่อคลิก ⇒

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักกับโรคกระดูกพรุน

น้ำส้มสายชูหมักหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “Vinegar” เป็นอาหารจากธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคโบราณ มีประวัติศาสตร์การใช้น้ำสัมสายชูหมักมายาวนานหลายพันปีทั่วโลก ร่องรอยเกี่ยวกับการใช้น้ำส้มสายชูหมักที่เก่าแก่ที่สุดพบในประเทศอียิปต์ เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล น้ำส้มสายชูหมักผลิตอย่างไร ? ในสมัยก่อน (หรือแม้กระทั่งปัจจุบันสำหรับผู้ที่ผลิตใช้เอง) การผลิตน้ำส้มสายชูหมักจะนำพืชที่ต้องการหมักใส่ลงในภาชนะที่มีน้ำอยู่ เสร็จแล้วปิดฝาแล้วทิ้งไว้ให้เกิดความเป็นกรดและรสเปรี้ยวตามธรรมชาติ แบคมีเรียมีประโยชน์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะทำหน้าที่นี้ โดยมีความเชื่อว่ายิ่งบ่มนานน้ำส้มสายชูหมักนั้นยิ่งดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหมักนานหลายเดือนหรือเป็นปีก็ได้ ในปัจจุบันการผลิตน้ำส้มสายชูหมักในเชิงอุตสาหกรรม จะมีการเติมจุลินทรีย์บางชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อเข้าไปเร่งปฏิกิริยาให้ได้น้ำส้มสายชูหมักเร็วขึ้น จึงใช้เวลาในการผลิตน้อยลงเหลือเพียง 1-3 วันเท่านั้น ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักต่อโรคกระดูกพรุน น้ำส้มสายชูหมักมีประโยชน์ค่อนข้างหลากหลาย แต่ในส่วนที่เกียวข้องกับโรคกระดูกพรุนมีอยู่ 2 ข้อดังต่อไปนี้ 1. น้ำส้มสายชูหมักช่วยในการดูดซึมแคลเซียม น้ำส้มสายชูหมักมีกรดอะซิติกจากธรรมชาติอยู่สูง กรดชนิดนี้จะช่วยเพิ่มการดูดซึมเกลือแร่ (mineral = เกลือแร่) จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ดังนั้น การดื่มน้ำส้มสายชูหมักก่อนมื้ออาหารหรือพร้อมกับมื้ออาหารจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการดูดซึมเกลือแร่จากอาหารได้มากยิ่งขึ้น ผู้ที่ประสบปัญหาโรคกระดูกบางหรือโรคกระดูกพรุนจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมจากอาหารในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน น้ำส้มสายชูหมักจึงมีประโยชน์มากต่อผู้ที่ประสบปัญหาโรคกระดูกพรุน เพราะแคลเซียมเป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง การดื่มน้ำส้มสายชูหมักจึงช่วยในการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้นด้วย 2. น้ำส้มสายชูหมักเป็นอาหารด่าง (Alkalizing Food) ค่าความเป็นกรดด่างเราจะวัดจากค่า pH น้ำส้มสายชูหมักเองมีค่า pH อยู่ที่ประมาณ 2.6 – 5 ซึ่งถือว่าเป็นกรด…

อ่านต่อคลิก ⇒

ประโยชน์ของมะเขือเทศกับกระดูกพรุน

มะเขือเทศ เป็นผลไม้ที่มักถูกเข้าใจว่าเป็นผัก (ตามหลักพฤกษศาสตร์) ด้วยรสชาติที่อร่อยเมื่อใช้เป็นส่วนผสมของอาหารชนิดต่างๆ เช่น ส้มตำ ซอสสปาเกตตี้ หรือนำมาทานแบบสดๆก็รสชาติดีไม่แพ้กัน ทำให้มะเขือเทศเป็นอาหารที่ผู้คนทั่วโลกให้ความนิยม ซึ่งในปีหนึ่งๆมีคนทั่วโลกบริโภคมะเขือเทศมากกว่า 90 ล้านตันกันเลยทีเดียว หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า มะเขือเทศที่เรากินกันเป็นประจำมีสรรพคุณหรือมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องการบำรุงสุขภาพกระดูก ซึ่งมีผลงานวิจัยมากมายจากทั่วโลกที่รับรองในเรื่องนี้ ลองดูต่อ มะเขือเทศดีต่อกระดูกอย่างไร ? มะเขือเทศมีสารสำคัญที่เรียกว่า “ไลโคปิน” อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มะเขือเทศมีสีค่อนข้างออกแดง เราสามารถพบไลโคปินได้ในผลไม้สีแดง เช่น แตงโม สตอเบอรรี่ รวมทั้งผักผลไม้ชนิดอื่นที่มีสีแดง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศสหรัฐอเมริกา ของ Dr.Rao พบว่าสารไลโคปินมีคุณสมบัติในการยับยั้งการสูญเสียมวลกระดูกและในขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติในการสร้างมวลกระดูกด้วย โดยตัวไลโคปินจะเข้าไประงับยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสลายกระดูกที่เรียกว่า Osteoclasts ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นไลโคปินยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า อนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยทุกโรค ซึ่งรวมถึงโรคกระดูกพรุนด้วย มีผลการศึกษาที่น่าสนใจอันหนึ่ง ซึ่งถูกตีพิมพ์ในนิตยสารกระดูกพรุนแห่งชาติของอเมริกา กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีที่อยู่ในภาวะวัยทองจำนวน 33 คน โดยศึกษาถึงผลกระทบจากการบริโภคมะเขือเทศกับภาวะการสูญเสียมวลกระดูกพบกว่า สตรีวัยทองที่บริโภคมะเขือเทศมากที่สุด สูญเสียมวลกระดูกน้อยที่สุด โดยทานซอสมะเขือเทศเพียงวันละ 2 ช้อนโต๊ะเท่านั้น ข้อมูลอีกด้านที่สนับสนุนว่ามะเขือเทศมีประโยชน์ต่อกระดูก คือ นักวิจัยพบว่า…

อ่านต่อคลิก ⇒