วิตามินดีมีประโยชน์กับโรคกระดูกพรุนอย่างไร ?

ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในยุคปัจจุบันที่มักจะนั่งทำงานในที่ร่มและไม่ค่อยรับแสงแดด ส่งผลให้ร่างกายมักจะขาดวิตามินชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “วิตามินดี” วิตามินดีเป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อกระดูก เพราะเป็นวิตามินที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอและป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ วิตามินดีมีประโยชน์ต่อกระดูกอย่างไร ? วิตามินดีช่วยเซลล์ออสทีโอบลาสต์ (Osteoblasts คือ เซลล์สร้างกระดูก) ในการดูดซึมแคลเซียม เปรียบได้กับการให้เครื่องทุ่นแรงในการสร้างกระดูก ยิ่งไปกว่านั้นเรายังทราบอีกด้วยว่า วิตามินดีช่วยยับยั้งการทำงานของ C-fos ซึ่งทำหน้าที่ในการผลิตและการกระตุ้นเซลล์สลายกระดูกที่มีชื่อว่าออสทีโอคลาสต์ (Osteoclastes คือ เซลล์สลายกระดูก) การที่ร่างกายขาดวิตามินดีเป็นสาเหตุของปัญหากระดูกอยู่ 2 อย่าง คือ หนึ่งคือ ถ้าระดับวิตามินดีลดลง ความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารหรืออาหารเสริมก็จะลดลงตามไปด้วย สองคือ การเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนพาราไทรอยด์ นำไปสู่การดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือด (ภาวะสลายกระดูกทำให้สูญเสียมวลกระดูก) เราสามารถรับวิตามินดีจากทางไหนได้บ้าง ? มนุษย์เรามีทางเลือก 3 ทางในการรับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกายดังต่อไปนี้ แหล่งวิตามินดีอันดับแรกของร่างกายมาจากการเปลี่ยนแปลงคอเลสเตอรอลเป็นวิตามินดี กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังของเราได้รับแสงแดด วิธีที่สอง คือ การรับวิตามินดีจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งส่วนมากวิตามินดีจะมีในปลาทะเล ไข่แดง แหล่งสุดท้าย คือ อาหารเสริม ร่างกายนำวิตามินดีไปใช้อย่างไร ? สื่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรทราบคือ ร่างกายของเราจะเปลี่ยนรูปวิตามินดีให้อยู่ในรูปที่นำไปใช้ได้ดีผ่านทางตับและไต วิตามินดีที่ร่างกายของเราได้รับไม่ว่าจะได้จากการอาบแดด อาหารและอาหารเสริม จะถูกส่งไปที่ตับและเปลี่ยนรูปเป็น 25-OH-วิตามินดี…

อ่านต่อคลิก ⇒

เคล็ดไม่ลับการกินอาหารต้านและชะลอกระดูกพรุน

อาหารมีส่วนสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูก เพราะเป็นสิ่งที่เราบริโภคเข้าสู่ร่างกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 3 มื้อ ทุกครั้งที่เราทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะทำการย่อยและดูดซึมสารอาหารโดยอวัยวะต่างๆ หากอาหารที่เราบริโภคเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ร่างกายย่อมสามารถนำสารอาหารที่ได้จากอาหารเหล่านั้นไปบำรุงและซ่อมแซมร่างกายในทุกส่วน (รวมถึงกระดูก) ในทางตรงกันข้ามหากอาหารที่เราบริโภคเป็นอาหารที่มีโทษมากและมีประโยชน์น้อย ร่างกายย่อมขาดแคลนสารอาหารที่จะนำไปใช้ประโยชน์กับร่างกายได้ และหนำซ้ำยังส่งผลเสียต่อกระดูกของเราอีกด้วย อาหารกับภาวะสมดุลร่างกาย การทานอาหารหนึ่งครั้งร่างกายย่อมต้องมีการย่อย เผาผลาญ และดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์จำนวนเป็นหลายล้านเซลล์ (ในร่างกายของมนุษย์เรามีเซลล์ทั้งหมดประมาณ 37.2 ล้านล้านเซลล์ เยอะไหมครับ ?) สิ่งที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารนอกจะมีสารอาหารแล้ว ยังมีของเสียที่เกิดจากระบบการย่อย เผาผลาญและดูดซึม ซึ่งจะต้องถูกขับออกจากร่างกายในรูปแบบของเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ ลมหายใจ เป็นต้น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย คือ การรับประทานอาหารแล้วร่างกายอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “มีความสมดุล” ซึ่งอาจเป็นคำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆจากหมอหรือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายท่าน ร่างกายมีความสมดุลหรือไม่ ? เราจะทราบได้อย่างไร ? เป็นคำถามที่หลายท่านสงสัย เพราะคำว่าสมดุลเฉยๆไม่อาจแสดงให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้แต่อย่างใด ในทางการแพทย์หลายแผนจะมีวิธีนิยาม “สมดุลร่างกาย” แตกต่างกันไป เช่น แพทย์แผนจีน สมดุลหยินหยาง แพทย์แผนไทย สมดุลธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ แพทย์แผนปัจจุบัน…

อ่านต่อคลิก ⇒

วิตามินซีมีประโยชน์กับโรคกระดูกพรุนอย่างไร ?

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เรามีข้อมูลมากขึ้นเกียวกับการอักเสบที่มีผลต่อการสูญเสียมวลกระดูก งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Purdue (Purdue University) แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการอักเสบและการสูญเสียมวลกระดูก โดยนักวิจัยค้นพบว่า การอักเสบจะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์สลายกระดูกที่มีชื่อว่า Oteoclasts และยังได้ค้นพบอีกว่าวิธีการที่ดีทีสุดที่จะลดการอักเสบในร่างกายได้ คือ การทานอาหารต้านการอักเสบ (ซึ่งวิตามินซีเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ต้านการอักเสบได้) การลดความเครียด และการทานอาหารเสริมบางชนิด อนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบและการอักเสบเองก็เป็นสาเหตุของอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้เราเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ และอยู่ในภาวะที่สูญเสียมวลกระดูก หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยในรูปแบบต่างๆ ความสัมพันธ์ของวิตามินซีกับกระดูก วิตามินซีเป็นสารสำคัญในการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า คอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนมีหน้าทีสำคัญในการสร้างกระดูก กล่าวคือ ทำหน้าที่ในการยึดเซลล์กระดูกเข้าด้วยกัน ดังนั้น หากร่างกายขาดวิตามินซี จะส่งผลกระทบต่อการสร้างคอลลาเจนและส่งผลต่อสุขภาพกระดูกอย่างแน่นอน วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่างดี วิตามินซีได้ชื่อว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า การอักเสบเป็นสาเหตุที่ทำให้สูญเสียมวลกระดูก ดังนั้น เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า วิตามินซี เป็นสารที่ช่วยต่อต้านการสูญเสียมวลกระดูก สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนได้นั่นเอง วิตามินซีเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ ? ปริมาณวิตามินซีสำหรับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ (19 ปีขึ้นไป) คือ 90 มิลลิกรัมต่อวัน ปริมาณวิตามินซีสำหรับผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ (19 ปีขึ้นไป) คือ 75 มิลลิกรัมต่อวัน…

อ่านต่อคลิก ⇒

ประโยชน์ของมะเขือเทศกับกระดูกพรุน

มะเขือเทศ เป็นผลไม้ที่มักถูกเข้าใจว่าเป็นผัก (ตามหลักพฤกษศาสตร์) ด้วยรสชาติที่อร่อยเมื่อใช้เป็นส่วนผสมของอาหารชนิดต่างๆ เช่น ส้มตำ ซอสสปาเกตตี้ หรือนำมาทานแบบสดๆก็รสชาติดีไม่แพ้กัน ทำให้มะเขือเทศเป็นอาหารที่ผู้คนทั่วโลกให้ความนิยม ซึ่งในปีหนึ่งๆมีคนทั่วโลกบริโภคมะเขือเทศมากกว่า 90 ล้านตันกันเลยทีเดียว หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า มะเขือเทศที่เรากินกันเป็นประจำมีสรรพคุณหรือมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องการบำรุงสุขภาพกระดูก ซึ่งมีผลงานวิจัยมากมายจากทั่วโลกที่รับรองในเรื่องนี้ ลองดูต่อ มะเขือเทศดีต่อกระดูกอย่างไร ? มะเขือเทศมีสารสำคัญที่เรียกว่า “ไลโคปิน” อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มะเขือเทศมีสีค่อนข้างออกแดง เราสามารถพบไลโคปินได้ในผลไม้สีแดง เช่น แตงโม สตอเบอรรี่ รวมทั้งผักผลไม้ชนิดอื่นที่มีสีแดง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศสหรัฐอเมริกา ของ Dr.Rao พบว่าสารไลโคปินมีคุณสมบัติในการยับยั้งการสูญเสียมวลกระดูกและในขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติในการสร้างมวลกระดูกด้วย โดยตัวไลโคปินจะเข้าไประงับยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสลายกระดูกที่เรียกว่า Osteoclasts ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นไลโคปินยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า อนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยทุกโรค ซึ่งรวมถึงโรคกระดูกพรุนด้วย มีผลการศึกษาที่น่าสนใจอันหนึ่ง ซึ่งถูกตีพิมพ์ในนิตยสารกระดูกพรุนแห่งชาติของอเมริกา กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีที่อยู่ในภาวะวัยทองจำนวน 33 คน โดยศึกษาถึงผลกระทบจากการบริโภคมะเขือเทศกับภาวะการสูญเสียมวลกระดูกพบกว่า สตรีวัยทองที่บริโภคมะเขือเทศมากที่สุด สูญเสียมวลกระดูกน้อยที่สุด โดยทานซอสมะเขือเทศเพียงวันละ 2 ช้อนโต๊ะเท่านั้น ข้อมูลอีกด้านที่สนับสนุนว่ามะเขือเทศมีประโยชน์ต่อกระดูก คือ นักวิจัยพบว่า…

อ่านต่อคลิก ⇒

ประโยชน์ของแคลเซียมกับโรคกระดูกบาง กระดูกพรุน

แคลเซียมเป็นสารอาหารสำคัญในการเสริมสร้างกระดูก เราจึงเห็นคนทั่วไปหันมาบริโภคแคลเซียมในรูปแบบต่างๆโดยเฉพาะอาหารเสริมกันมากขึ้น การบริโภคแคลเซียมมีส่วนช่วยในการป้องกันหรือบำบัดโรคกระดูกบาง กระดูกพรุนได้อย่างไร ? เลือกใช้แคลเซียมอย่างไรให้ได้ผลดีและปลอดภัย เราจะมาแชร์ความรู้กันครับ รู้จักกับแคลเซียม แคลเซียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟันของคนและสัตว์ มีหน้าที่สำคัญในการช่วยเสริมสร้างกระดูกให้มีความหนาแน่นที่มากขึ้นและมีความแข็งแรงตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชราไปจนตลอดชีวิต 99% ของแคลเซียมทั้งหมดในร่างกายอยู่ในกระดูกและฟัน ส่วนที่เหลืออีกหนึ่ง 1% ในร่างกายจะทำหน้าที่สำคัญอื่น เช่น เป็นสารสำคัญในระบบการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ โดยแคลเซียมจะสนับสนุนการสื่อสารของเซลล์ประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ (รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจ) เพื่อให้หัวใจเต้นได้เป็นปกติ เป็นสารสำคัญในการป้องกันโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งทรวงอก มะเร็งรังไข่ ป้องกันอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Symptoms) เช่น อารมณ์แปรปรวน เครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล เหนื่อยล้า เจ็บคัดตึงเต้านม น้ำหนักตัวเพิ่ม เป็นต้น เนื่องจากแคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระดูกและฟัน การที่ร่างกายขาดแคลเซียมในระยะยาวจะนำไปสู่อาการเลือดแข็งตัวได้ยากและมีปัญหาโรคกระดูกอ่อน (อาการของโรคกระดูกอ่อนที่เห็นได้ชัดคือ กระดูกรับน้ำหนักได้น้อยกว่าปกติ ส่งผลให้รูปทรงของกระดูกผิดรูป และปรากฏออกมาในลักษณะ ขาถ่าง ขาโก่ง หัวเข่าชิด เป็นต้น) ในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ (อายุไม่เกิน 50 ปี) และนำไปสู่อาการโรคกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะกระดูกหักหรือกระดูกแตก หากเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้ม เรารับแคลเซียมจากทางไหนได้บ้าง ?…

อ่านต่อคลิก ⇒